บทความโดย อาจารย์ถนอม ดีสร้อย

วันเดียว วางเงิน 5000 บาท

วันเดียว วางเงิน 5000 บาท

วันเดียว วางเงิน 5000 บาท ฟาด กำไร ไป 442,000 บาท ทำได้อย่างไร มันเป็นไปแล้ว ตื่นเต้นๆกับลูกศิษย์ครับ รุ้ง เล่าให้ฟังด้วยความดีใจว่า เห็นเขาแบ่งที่ขาย 8 ล็อค สวยดี ราคาไม่แพง เพียงตารางวาละ 4,000 บาท ตกลงมัดจำไป 1 แปลง 84 ตารางวา ด้วยเงิน 5,000 บาท แล้วขายต่อวันนั้นเลย ราคา 4,500 บาท ต่อตารางวา ได้กำไรค่าที่ดิน เบื้องต้น ทันที 42,000 บาท ยังไม่พอ ขายควบ งานสร้างบ้าน กำไร 400,000 บาท ตกลงจบภายในวันเดียว รวมกำไร 442,000 บาท ทำกันอย่างไร จึงทำได้ ง่ายและเร็วปานนั้น ผมมีความคิดว่า ไม่มีหรอกความสำเร็จข้ามคืน ทุกอย่างล้วนต้องสะสม ทุน ภายในกันมามาก พอสมควรครับ 1. ต้องเป็นคนที่เสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆเสมอ เคยล้ม เคยเจ็บมาแล้ว จึงมีบทเรียนและภูมิความรู้ติดตัวมาครับ รุ้งมีความรู้ เรื่องก่อสร้าง เรื่องซื้อขาย อสังหาฯ อยู่แล้ว รุ้ง เรียนกับผม ทั้ง คอร์ส ชวนคุณรวยด้วยอสังหาฯโดยใช้เงินคนอื่น รุ่น 8 และ สร้างเก่งรวยกว่า เทคนิครับเหมาก่อสร้าง สำหรับนักลงทุน รุ่น 1 ติดตามทำกิจกรรม กับกลุ่มเสมอ จึงต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว 2. ทุนภายใน เพียงพอ เมื่อโอกาสมาถึง จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะทำได้ ทุนภาย

ทำเลดี จริงๆ เป็นอย่างไร

ทำเลดี จริงๆ เป็นอย่างไร

ทำเลดี จริงๆ เป็นอย่างไร ที่ดินไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้า ทำอะไรได้ แต่ทำให้คนรวยมาแล้ว สร้างไม่ทันขาย !!! มาดูกันครับ ลูกศิษย์ สร้างเก่งรวยกว่า รุ่น 7 เล่าให้ฟังว่า เขากับเพื่อนๆ จับมือกันขึ้นโครงการเล็กๆ “49 ยูนิต ตอนนี้เหลือ 3 ยูนิต งานขายนำงานก่อสร้างไปเยอะ สร้างไม่ทันขายครับ ช่วยกันคิดช่วยกันทำตั้งแต่แบบบ้าน ระบบสาธารณูปโภค เพราะที่ดินที่สร้างไม่มีอะไรเลย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา ไม่มีถนน การดูหลักฮวงจุ้ย การตลาด จนวันนี้ผ่านมาปีกว่า ใกล้ปิดโครงการแล้ว สร้างบ้าน พื้นที่ใช้สอยตัวบ้าน 72 ตรม ที่ดินแล้วแต่บ้านครับ มีทั้งแฝด ทั้ง 3,4,5 ยูนิต ราคาก็แตกต่างออกไปตามขนาดที่ดิน ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้าน ที่ดินเริ่มต้น 27 ตรว ตรงตามแนวคิด ที่ว่า “ในการลงทุนอสังหาฯสไตล์ผมนั้น ทำเลไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณไม่จำเป็นจะต้องมีที่ดิน อยู่ในทำเลที่ดีที่สุด จึงจะขายได้ราคาสูง เพราะโจทย์ของผมคือ ขายง่าย กำไรตามเป้า ดังนั้น สิ่งที่เหนือกว่าทำเล คือ สมองของเรา” ที่ผมเขียนไว้ ใน หนังสือ Bestseller เล่ม 2

แบ็งค์ยังปล่อยกู้ อยู่ไหม

แบ็งค์ยังปล่อยกู้ อยู่ไหม

แบ็งค์ยังปล่อยกู้ อยู่ไหม สภาวะแบบนี้ ยังจะเป็นอีกนานไหม วันนี้ แวะไปนั่งคุยกับสินเชื่อแบ็งค์ ที่รู้จักกันมาหลายปี เล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้ ธนาคารจะเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ด้วย มี NPL เพิ่มมากขึ้นครับ ถามว่า มีปัญหาอะไรรึครับ ตอบว่า บางคนกู้เอาส่วนต่าง แล้วหายไปเลย บางคนส่งคนมากู้แทน บางเรื่องไม่น่าเชื่อว่า เคยมีในอดีต ปัจจุบันยังมีอยู่อีก รวมถึงปัญหาเรื่องรายได้หดหายไป ทำให้ต้องมีการตามลูกหนี้ มากขึ้น ผมถามว่า แล้ว ยังปล่อยอยู่ไหม แกบอกว่า ปล่อยครับ แต่ต้องสกรีน และสติ๊กเรื่องเอกสารเยอะหน่อย รวมถึงเงินกู้ อาจปล่อยไม่ถึง 100% ส่วนต่างของเงินที่ซื้อ บางที ต้องให้ผู้ซื้อโซว์เงินด้วย ที่สำคัญกว่า วันโอนต้องทำแคชเชียร์เช็คยอดดังกล่าว มามอบให้ผู้ขายต่อหน้า เจ้าหน้าที่ธนาคารด้วย ผมถามว่า ทำขนาดนั้นเลยรึ เดี๋ยวเขาก็คืนกัน แกบอกว่า ทำได้เพียงแค่นี้แหละ ส้งนต่อไปก็แล่วแต่ และสรุป ตอนท้ายว่า เศรษฐกิจแบบนี้ ดีต่อผู้ซื้อครับ ผู้ซื้อจะได้ของดีราคาถูก ก็เวลาแบบนี้ครับ สภาวะแบบนี้ เป็นชั่วคราว ซักพักก็หายมันเป็นวัฏจักร มีชึ้นมีลง เดี๋ยวก็ดีขึ้น คำบอกเล่าของสินเชื่อที่ผ่านงานมาร่วม 20 ปี สรุปให้ฟัง เอ้า

เวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งต้องปรับตาม

เวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งต้องปรับตาม

เวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งต้องปรับตาม ปรับเพื่อให้ดีขึ้น เร็วขึ้น ได้ผลมากขึ้น เมื่อวาน ไปยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างเอง เป็นบ้านเดี่ยว หลังไม่ใหญ่มากนัก เพิ่งรู้ว่า เดี๋ยวนี้ ราชการ กฎเกณฑ์บางอย่างเปลี่ยนไป อย่างการออกใบอนุญาต ก็เร็วขึ้นครับ เช่น บ้านพื้นที่ใช้สอยต่ำว่า 150 ตารางเมตร ออกใบอนุญาตให้ภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนแบบบ้านที่เกิน 150 ตารางเมตร ต้องออกใบอนุญาต ภายใน 30 วัน อันนี้เฉพาะบางเขตนะครับ เขตอื่นไม่ทราบเหมือนกัน รวมถึงเทศบาล อบต. อาจมีข้อปฏิบัติที่ต่างกันออกไปบ้าง พวกเราจะดำเนินการ เรื่องเหล่านี้ ลองสอบถาม แนวทางในการปฏิบัติของแต่ละที่ดูครับ ด้วยการกำหนดเวลาที่ สั้น จึงทำให้นายช่าง ที่รับการยื่นแบบขออนุญาต จากเรา จึงต้องเข้มงวด ในการตรวจแบบ หมายความว่า ก่อนหน้านี้ รับแบบไว้ก่อน ค่อยเรียกไปแก้ไข ทีหลัง แต่ครั้งนี้ ขอตรวจแบบ อย่างละเอียดก่อน ค่อยรับการยื่นแบบ เพราะเวลาบีบเร็วขึ้น เมื่อวานนี้ จึงได้ความรู้ใหม่หลายอย่าง ทั้งที่ทำมา 20 กว่าปี นั่งถกกันเรื่องรายละเอียดของแบบ การใส่ระยะ การคำนวณช่องระบายอากาศ การเช็คแนวบันได สรุป ต้องกลับมาแก้ 555 ขอบคุณท่านนายช่างโยธา ที่กรุณาเพิ่มเติม ความรู

วิธีฉุดตัวเองขึ้น จากหุบเหวมรสุมทางการเงิน

วิธีฉุดตัวเองขึ้น จากหุบเหวมรสุมทางการเงิน

วิธีฉุดตัวเองขึ้น จากหุบเหวมรสุมทางการเงิน เสียอะไรเสียได้ แต่อย่าเสียพลังภายในใจ ผมเจอคำถาม ที่ทำให้ผม คิดถึงช่วง ที่เจอมรสุมทางการเงินของชีวิตอันหนักหน่วง ไม่ใช่ครั้งเดียว แต่ผมเจอถึง 3 ครั้ง 3 ครา ผมออกจากปัญหาอันโหดร้ายนั้นได้อย่างไร มีคนเม้นท์ถามว่า ถามหน่อยนะครับ คนเป็นหนี้อยู่ สภาพทางการเงินติดลบ จันทร์ ถึง ศุกร์ ไม่มีเวลาเลย ไปเรียนแล้วจะได้อะไร ไหมครับ ผมตอบว่า อยู่ที่เราครับ ถ้าใจยังไม่เปิด ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาที่ฤาโถมเข้ามา เรียนไปก็ไม่มีสมาธิ ขาดความเชื่อมั่น คงไม่คุ้มครับ เสียเวลาครับ กลับกัน หากในใจมีความหวัง มีความเชื่อมั่น คิดแต่ว่า เราจะต้องมีทางออก โอกาสดีๆมีอยู่จริง ปัญหาที่เรากำลังเผชิญเป็นเพียงชั่วคราว ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสในการพลิกชีวิตเรา คิดแบบนี้ ได้แน่นอนครับ คุ้มมากๆด้วย ดังนั้น อยู่ที่ตัวเราเป็นส่วนสำคัญนะครับ ถ้วยที่คว่ำอยู่ เทน้ำใส่ให้ตาย ก็ไม่มีทางเต็มครับ มาดูวิธีการจัดการปัญหาของผม เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไปครับ เมื่อเจอปัญหาการเงิน เรามักจะคอยกังวล กลัดกลุ้ม ถึงแต่ปัญหา ผมก็เป็นครับ เจอแรกๆ พาลจินตนาการ ถึงผลที่จะเกิดขึ้น แบบเลวร้ายสุดๆ ยิ่งคิด ยิ่งหดหู่